ทำไมต้อง โกนผมไฟ ความเชื่อโบราณที่คุณแม่ต้องรู้

โกนผมไฟ

การ โกนผมไฟ ประเพณีโบราณที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน เป็นวิธีการเลี้ยงลูกของสมัยปู่ย่าตายาย หลายคนสงสัยว่าการโกนผมไฟคืออะไร ทำไมเด็กทุกคนต้องโกนผมไฟ ทำแล้วดีอย่างไร วันนี้จะพาไปหาคำตอบกันค่ะ โกนผมไฟ คืออะไร ทำไมต้องโกนผมไฟ แล้วโกนผมไฟตอนกี่เดือน สามารถทำได้หลังคลอดเลยไหม หลายคำถามที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อยากจะรู้เหตุผล ในสมัยโบราณมักจะทำพิธีโกนผมไฟให้เด็กที่มีอายุครบ 1 เดือนขึ้นไป (ช้าสุด 6 เดือน) เพราะเป็นช่วงที่คุณแม่และทารกแข็งแรงขึ้นแล้ว มีความเชื่อว่าผม เล็บ และขนคิ้วที่ติดตัวทารกมาจากครรภ์มารดานั้นมีความสกปรก จึงได้จัดทำพิธีนี้ขึ้น หลังจากที่โกนผมไฟแล้วเชื่อว่าเด็กจะเลี้ยงง่ายขึ้น ไม่งอแง ไม่เจ็บไม่ไข้ มีความเจริญก้าวหน้า มีผู้ใหญ่หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง และจะทำให้ผมที่ขึ้นใหม่มีความดกดำ และหนาเท่ากัน  ก่อนการโกนผมก็จะต้องเลือกวันที่เป็นฤกษ์ดี ให้โหราจารย์ทำนายตามดวงชะตา เลือกวันเวลาที่เป็นมงคลและถูกโฉลกกับเด็ก ในสมัยก่อนจะมีพิธีของสงฆ์และพราหมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ปัจจุบันเนื่องจากเวลาที่จำกัด บวกกับยุคสมัยใหม่ ทางครอบครัวจึงได้จัดพิธีโกนผมไฟขึ้นมากันเอง มีผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านมาทำพิธีให้ แต่ละภูมิภาคก็จะมีพิธีกรรมที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะภาคอีสานที่นิยมเรียกพิธีนี้ว่าพิธีบายศรีสู่ขวัญรับขวัญหลาน ถือเป็นการรวมญาติ มีของฝากมารับขวัญเจ้าตัวน้อยด้วย การโกนผมไฟ มีพิธีอะไรบ้าง 1. ก่อนจะเริ่มพิธีโกนผมไฟ ผู้ใหญ่มักจะไปดูฤกษ์งามยามดี เลือกวันที่เป็นมงคลและถูกโฉลกกับเด็ก โดยทางโหราศาสตร์ได้บอกไว้ว่าห้ามจัดพิธีในวันอังคาร เพราะเป็นวันของดาวอุบัติเหตุ อาจทำให้เกิดอันตรายจากคมมีดได้ การกำหนดฤกษ์ให้ถือเอาความสำคัญจากชื่อของเด็ก เพศ […]

10 โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ภัยเงียบที่คุณแม่ควรระวัง

โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์

เมื่อตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้อาจทำให้ร่างกายปรับไม่ทัน คุณแม่อาจเผชิญกับ โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ได้  โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพึงระวังไว้เสมอ หากได้รับการดูแลที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ไปตามนัดแพทย์ ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อคุณแม่และทารกในท้องได้ โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อยมีดังนี้ 1. ท้องนอกมดลูก | โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์นอกมดลูก คือการที่ไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิไปฝังตัวอยู่ในท่อนำไข่ ซึ่งถือเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เด็กจะโตไปได้สักระยะหนึ่งก็มักจะเสียชีวิตในครรภ์ สาเหตุที่ทำให้เกิดการท้องนอกมดลูกคือเคยมีประวัติปีกมดลูกอักเสบ หรือทำแท้งบ่อยๆ 2. ครรภ์เป็นพิษ | โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีอาการตัวบวม ปัสสาวะน้อย ตรวจเจอไข่ขาวหรือโปรตีนในปัสสาวะ อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นชัก ความดันสูง คลื่นไส้อาเจียน หากมีอาการครรภ์เป็นพิษรุนแรงแพทย์จะทำการผ่าตัดคลอดทันทีเพื่อช่วยชีวิตแม่ แต่ทารกในครรภ์อาจจะเสียชีวิตได้ 3. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ บางคนเป็นเบาหวานอยู่แล้วก่อนที่จะท้อง แต่บางคนท้องแล้วจึงเป็นเบาหวาน เกิดจากการที่เด็กในท้องซึ่งอยู่ในมดลูก สามารถสร้างฮอร์โมนหรือสารเคมีที่จะไปยับยั้งการทำงานของอินซูลิน ที่ทำหน้าที่ควบคุมน้ำตาลในเลือด หากแม่คุมน้ำตาลได้ไม่ดีอาจมีอาการชัก จนเกิดการแท้งบุตรได้ 4. ไทรอยด์เป็นพิษ ไทรอยด์เป็นพิษไม่ได้เป็นโรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ แต่แม่ที่เป็นโรคนี้แล้วรักษาไม่ดี ทำให้ลูกมีปัญหาตัวเล็ก ไม่แข็งแรง หากแม่มีอาการรุนแรงก็อาจทำให้แท้งได้ 5. ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ คุณแม่ท้องโตมดลูกจะมีการขยายตัวไปดันกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะได้ไม่เต็มที่ มีปัสสาวะค้างไว้นาน […]

7 วิธีสยบ ลูกดื้อ เวลาพาออกนอกบ้าน

ลูกดื้อ

คุณพ่อคุณแม่เคยประสบปัญหา ลูกดื้อ งอแงตอนออกจากบ้านกันไหม เวลาไปทานข้าวข้างนอกยังไม่ทันจะอิ่มก็ต้องมาปราบลูกก่อนซะแล้ว หรือเวลาเดินผ่านร้านของเล่น หากลูกดื้อร้องซื้อของเล่นคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีรับมืออย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นก็จะเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งธรรมชาติของเด็กเขาจะต้องการความรัก ความสุขสมหวัง แต่หากไม่ได้เป็นไปตามที่เขาหวังไว้ก็อาจจะแสดงอาการต่อต้านหรือเรียกร้องความสนใจออกมา สาเหตุที่ลูกดื้อขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งตัวของเด็กเองและสภาพแวดล้อม สิ่งเหล่านี้สามารถค่อยๆปรับเปลี่ยนได้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา และการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ด้วย วิธีแก้ปัญหาลูกดื้อเวลาออกนอกบ้านที่พ่อแม่ต้องท่องไว้ก็คือ สงบสติอารมณ์ | ลูกดื้อ ในที่นี้หมายถึงอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่เองที่จะต้องอารมณ์เย็นเสียก่อน เพราะหากอารมณ์ร้อนใส่ลูกเรื่องจะยิ่งบานปลายเข้าไปใหญ่ แยกตัวออกมาจากลูก | ลูกดื้อ ฟังดูอาจจะโหดร้ายไปหน่อย แต่ว่าการที่ลูกดื้อ ไม่เชื่อฟัง ก็จะต้องได้รับการอบรม แต่ ณ เวลานั้นอารมณ์ของลูกอาจจะร้อนไปสักหน่อย เพราะฉะนั้นการโต้เถียงกันหรือการตีลูกในตอนนี้จะทำให้ลูกยิ่งอารมณ์ร้อนขึ้นไปใหญ่ ทางที่ดีควรแยกให้ลูกไปนั่งคนเดียวสักพัก พอลูกอารมณ์เย็นขึ้นค่อยเข้าไปอธิบายเหตุผล เคลียร์ใจ | ลูกดื้อ เมื่อทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกอารมณ์เย็นขึ้นแล้ว ก็ให้ปรับความเข้าใจกันด้วยการชมและชวนคุย พ่อแม่ควรจะชมลูกก่อนว่าลูกหยุดร้องไห้ได้แล้ว เก่งมากๆเลย หลังจากนั้นค่อยเข้าสู่ขั้นตอนในการพูดคุยว่าลูกต้องการอะไร เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงร้องไห้ ถามด้วยน้ำเสียงที่ออกอาการเป็นห่วงมากกว่าการดุ สอนให้ลูกเป็นคนมีเหตุผล | ลูกดื้อ อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกดื้อ เอาแต่ใจ เป็นเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงห้ามไม่ให้เขาทำนั่นทำนี่ หรือจะต้องมีคำสั่งตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าพ่อแม่มัวแต่ออกคำสั่งโดยไม่อธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจ เด็กจะเกิดอาการดื้อ […]

5 ข้อต้องรู้ เมื่อลูกมีอาการ สมาธิสั้น

สมาธิสั้น

พ่อแม่และผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติ เช่น ทำอะไรเชื่องช้า ไม่ค่อยมีสมาธิ หรือ สมาธิสั้น ให้รีบทำการรักษาโดยด่วน แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกสมาธิสั้น มาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ 1. รู้จักโรค สมาธิสั้น สมาธิสั้นADHD คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมสมาธิและพฤติกรรม พบว่ามีการทำงานลดลง ส่งผลให้มีสมาธิสั้นกว่าปกติ ขาดสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคมในอนาคตได้ สมาธิสั้นมักจะพบในเด็กที่มีอายุระหว่าง 3-7 ขวบ และมีโอกาสหายเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นประมาณ 20-30% สามารถใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่ต้องใช้ยา แต่ส่วนใหญ่จะยังมีความบกพร่องในเรื่องของสมาธิอยู่ ส่งผลให้มีความล่าช้าต่อการทำงาน และการเข้าสังคมกับผู้อื่น จึงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 2. สาเหตุของโรค สมาธิสั้น ปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคสมาธิสั้น คือ ปัจจัยทางชีวภาพ ซึ่งได้แก่พันธุกรรม โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมและครอบครัวได้ถึงร้อยละ 70 ปัจจัยทางด้านประสาท ความผิดปกติของสมองส่วนหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวกับการคิด วางแผน การจัดลำดับ และการควบคุมตัวเอง และยังพบว่าในระหว่างที่ตั้งครรภ์หากแม่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เด็กสมาธิสั้นอีกด้วย 3. […]

7 อันดับ สถานที่คลอดลูก ในกรุงเทพ ที่แพงที่สุด

สถานที่คลอดลูก

กว่าจะได้เห็นหน้าลูกน้อย คุณแม่ต้องอุ้มท้องนานถึง 9 เดือน เพราะฉะนั้นในวันที่ลูกกำลังออกมาลืมตาดูโลก คุณพ่อคุณแม่ก็อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อต้อนรับลูกน้อย นอกจากการดูแลตัวเองตอนตั้งท้องแล้ว คุณแม่จะต้องศึกษาหาข้อมูลเรื่องของใช้ของลูก หรือแม้กระทั่ง สถานที่คลอดลูก ว่าที่ไหนมีสิ่งอำนวยความสะดวก การดูแลของแพทย์เป็นอย่างไร คลอดลูกที่ไหนดีที่จะช่วยให้คุณแม่มั่นใจ คลายความกังวลลงไปได้ วันนี้เราได้รวบรวมแพคเกจค่าคลอดจากโรงพยาบาลดังๆในกรุงเทพฯมาฝากค่ะ การเลือก สถานที่คลอดลูก ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อม บุคลากรทางการแพทย์ สิ่งอำนวยความสะดวกในระหว่างที่คุณแม่เตรียมตัวคลอด ข้อมูลค่าใช้จ่าย ค่าคลอดลูกราคาเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่คลอดลูกที่มีชื่อเสียงในการทำคลอดลูกดารามามากมายเลย แพคเกจให้บริการคลอดแบบเหมาจ่าย ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายทั้งของคุณแม่และลูกน้อย พร้อมสิทธิ์ประโยชน์อีกเพียบ แพคเกจการคลอดปกติ ราคาเหมาจ่ายอยู่ที่ 99,000 บาท ราคานี้เป็นบริการคลอดแบบเหมาจ่าย มีห้องพักเดี่ยวหลังคลอดเป็นเวลา 2 คืน แพคเกจการผ่าตัดคลอด ราคาเหมาจ่ายอยู่ที่ 129,000 บาท มีห้องพักเดี่ยวเป็นเวลา 3 คืน ส่วนราคาการผ่าตัดคลอดครรภ์แฝดจะอยู่ที่ 199,000 บาท  2. โรงพยาบาล BNH เป็นอีกหนึ่งสถานที่คลอดลูกที่ครบวงจรจริงๆ ให้บริการตั้งแต่ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ คลอดบุตร และการดูแลหลังคลอด […]

เก็บกระเป๋า ของใช้เตรียมคลอด ที่ขาดไม่ได้ คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

ของใช้เตรียมคลอด

เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 3 คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆท่านก็คงจะเป็นกังวลกับการเตรียมตัวคลอดลูกไม่น้อยเลย ยิ่งในเรื่องของการจัด ของใช้เตรียมคลอด หากเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ทั้งของใช้สำหรับลูกน้อย ของใช้ส่วนตัวของคุณแม่ และเอกสารสำคัญที่จะต้องนำไปโรงพยาบาลด้วย เรามาดูกันเลยว่าควรจะต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ของใช้หลังคลอดสำหรับลูกน้อย ในส่วนของ ของใช้เตรียมคลอด นั้นควรจะเตรียมไว้ล่วงหน้าสัก 2 สัปดาห์ เมื่อถึงกำหนดคลอดจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล หรือหากมีอาการเจ็บท้องกะทันหันจะได้ไปโรงพยาบาลได้ทันที กระเป๋าสำหรับใส่ของใช้เตรียมคลอดควรจะมีอย่างน้อย 2 ใบ เพื่อแยกของสำหรับลูกน้อยและของคุณแม่ เวลาหยิบใช้จะได้สะดวก โดยของใช้สำหรับลูกน้อยที่ต้องเตรียมหลักๆคือ 1. ผ้าอ้อม ผ้าอเนกประสงค์ใช้สำหรับทำความสะอาดทารกน้อย หรือใช้ห่อตัว เพราะฉะนั้นควรเลือกผ้าที่มีความนุ่ม เมื่อสัมผัสกับผิวทารกแล้วจะไม่เกิดการระคายเคือง 2. เสื้อผ้า ถุงมือ ถุงเท้า หมวก ทำความสะอาดทุกชิ้นด้วยน้ำยาซักผ้าสำหรับเด็กอ่อน เพราะจะทำให้ไม่ระคายเคืองกับผิว ควรเลือกเสื้อผ้าที่เป็นเชือกผูก หรือมีกระดุมด้านหน้า เพื่อง่ายต่อการสวมใส่ ถุงมือและถุงเท้า นอกจากจะช่วยให้ความอบอุ่นแล้วยังช่วยป้องกันเล็บของลูกน้อยไม่ให้ข่วนหน้าตัวเองอีกด้วย 3. ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกไซส์ให้พอเหมาะ ควรเลือกแบบที่มีเทปติดเพราะสะดวกต่อการสวมใส่ และสามารถปรับให้พอดีกับตัวของทารกได้  4. แชมพูอาบน้ำ สระผม ฟองน้ำสำหรับอาบน้ำเด็กทารก บางโรงพยาบาลก็มีการสอนเทคนิคการอาบน้ำลูกน้อยให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำลูกน้อยไปด้วย 5. ทิชชู่เปียก […]

ขี้เป้า ขวดนมเด็ก ฉบับ 2022 ยี่ห้อไหนดี ราคาน่าโดน

ขวดนมเด็ก

หากจะลิสรายการของใช้ที่ต้องมีสำหรับลูกน้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ขวดนมเด็ก นั่นเอง คุณแม่หลายท่านอาจจะไม่มีเวลาว่างตลอดทั้งวัน ที่จะให้ลูกน้อยดูดนมจากเต้า จึงเลือกที่จะใช้เครื่องปั๊มนมเพื่อเก็บน้ำนมบางส่วนไว้ใส่ขวดให้ลูกกิน ขวดนมเด็กมีมากมายหลายยี่ห้อ คุณแม่ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก ที่สำคัญต้องสังเกตสัญลักษณ์ BPA free หรือหมายเลข 2 , 5 บนผลิตภัณฑ์ โดยสาร BPA เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งพบในพลาสติกบางชนิด ขวดนมเด็กมีหลากหลายรูปทรง ทั้งแบบเรียบ แบบคอโค้ง แบบคอกว้าง แบบปากดูดกว้างเลียนแบบเต้านมแม่ แบบมีช่องระบายอากาศเพื่อป้องกันอาการโคลิค และการเกิดแก๊สในท้องของลูกน้อย ขวดนมเด็กมีวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน บางรุ่นใส่ได้เฉพาะนมแม่ และบางรุ่นใช้ได้กับนมผง เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อขวดนมเด็กคุณแม่ต้องดูให้ละเอียดเลย สำหรับคุณแม่ที่เป็นกังวลว่าจะเลือกซื้อขวดนมเด็กยี่ห้อไหนดี ลองมาดูรายละเอียดขวดนมเด็กยี่ห้อดังๆที่เราเห็นกันบ่อยๆตามห้างสรรพสินค้า ว่าแต่ละยี่ห้อจะเหมือนหรือแตกต่าง มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร 1. Pigeon รุ่น SofTouch Parristalic Plus | ขวดนมเด็ก เชื่อว่ายี่ห้อนี้คุณแม่หลายท่านอาจจะรู้จักกันดีเพราะเป็นแบรนด์ขวดนมอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ pigeon รุ่นนี้ขวดนมเป็นสีชาอ่อนๆผลิตจากพลาสติก PPSU ที่ทนความร้อนได้สูงถึง 180 องศาเซลเซียส ที่สำคัญปลอดสาร BPA ด้วย ขวดเป็นทรงคอกว้าง […]

ทำยังไงดี เมื่อรู้ว่าตัวเองท้อง คู่มือสำหรับ คุณแม่มือใหม่

คุณแม่มือใหม่

เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง แน่นอนว่า คุณแม่มือใหม่ คงจะตื่นเต้นดีใจไม่น้อย และอาจเป็นกังวลด้วยในเวลาเดียวกัน ยิ่งถ้าเป็นท้องแรกด้วยแล้ว ว่าที่คุณแม่อาจจะทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว วันนี้มีวิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์มาฝาก เพื่อให้คุณแม่สามารถเตรียมรับมือกับการตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ สำหรับคุณแม่ที่เป็นท้องแรก เมื่อรู้ว่าตัวเองท้องควรรีบไปฝากครรภ์ทันที เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ และเข้ารับการตรวจครรภ์ตามที่หมอนัดเสมอ หลังจากนั้นก็กลับมาเริ่มดูแลตัวเอง เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกน้อย มาดูคู่มือสำหรับคุณแม่มือใหม่กันเลยดีกว่า ว่าในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ควรดูแลตัวเองแบบไหนบ้าง 1. คุณแม่มือใหม่ ควรพักผ่อนให้มากขึ้น ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงอายุครรภ์ ทั้งฮอร์โมนและรูปร่างที่ใหญ่ขึ้น จะทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ เพราะฉะนั้นการนอนหลับพักผ่อนให้มากๆ จะช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ได้ดีเลยทีเดียว 2. งดอาหารที่ไม่มีประโยชน์ คุณแม่สายปาร์ตี้ต้องอดทน เพราะเมื่อตั้งครรภ์แล้วจะต้องเลิกดื่มแอลกอฮอล์ งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมไปถึงการสูบบุหรี่ด้วย ควรกินอาหารที่ปรุงสุก และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาจเสริมด้วยวิตามินหรืออาหารเสริม 3. ทานโฟลิกและวิตามินดี กรดโฟลิกจะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ทั้งในเรื่องของการสร้างอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น สมอง ไขสันหลัง ทั้งนี้การที่คุณแม่จะรับประทานกรดโฟลิกจะต้องอยู่ในความดูแลของคุณหมอด้วย 4. ศึกษาข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่จะต้องศึกษาหาข้อมูลในเรื่องของการดูแลตัวเอง ว่าสิ่งไหนควรงด สิ่งไหนควรทำ เช่น อาหารที่ควรกินในระหว่างท้อง การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือแม้กระทั่งข้อมูลในส่วนของการคลอดลูก และการดูแลตัวเองหลังคลอด เพื่อที่คุณแม่จะได้เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ […]

วิธี ดูแลตัวเองตอนท้อง ให้สวยปัง ดูดี ปลอดภัยต่อเด็กในท้อง

การดูแลตัวเองตอนท้อง

การ ดูแลตัวเองตอนท้อง เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ทั้งการดูแลสุขภาพ ดูแลจิตใจ เมื่อคุณแม่มีสุขภาพที่ดี และสภาพจิตใจที่แจ่มใส ก็จะส่งผลไปยังทารกน้อยในครรภ์ให้แข็งแรง และมีสุขภาพดีไปด้วย การดูแลตัวเองตอนท้อง นอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังทำให้คุณแม่สวยเป๊ะอยู่ตลอดด้วย ให้สมกับคำที่ว่าเป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย แม้กระทั่งตอนท้อง ดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ถือเป็นการดูแลตัวเองตอนท้องที่สำคัญมากๆ และคุณแม่ทุกคนควรปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อทารกในครรภ์ ทำให้ลูกน้อยมีน้ำหนักที่พอดี มีการเจริญเติบโตตามเกณฑ์ สารอาหารที่คุณแม่ควรได้รับหลักๆคือโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร แคลเซียม ไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก โดยในช่วงตั้งครรภ์ 1-3 เดือนแรก คุณแม่ควรได้รับพลังงาน 2,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน 4-6 เดือนเพิ่มอีก 350 กิโลแคลอรี่ และในช่วงสุดท้ายก็คือ 7-9 เดือน คุณแม่ต้องได้รับพลังงานเพิ่มอีก 470 กิโลแคลอรี่ และต้องพยายามควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้น้อยหรือมากเกินไป หากคุณแม่มีน้ำหนักมากเกินไปอาจจะเสี่ยงมีโรคแทรกซ้อนเพิ่มเข้ามาได้ ดูแลตัวเองตอนท้อง ด้วยการออกกำลังกายอย่างพอดี การดูแลตัวเองตอนท้องด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ส่งผลดีต่อร่างกายของคุณแม่ในระยะยาว นอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของลูกในท้องดีขึ้นแล้ว ยังทำให้รูปร่างของคุณแม่กลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้นอีกด้วย การออกกำลังกายควรเริ่มหลังจากที่ตั้งครรภ์ได้ 4 […]

อาหารมื้อแรกของลูก น้อยควรกินอะไรดี

อาหารมื้อแรกของลูก

เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 6 เดือน แค่นมแม่อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย เพื่อพัฒนาการที่ดีคุณแม่จะต้องเริ่มฝึกให้ลูกกินอาหารเสริมควบคู่ไปกับนมแม่ด้วย สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่า อาหารมื้อแรกของลูก ควรเป็นอะไรดี ลองมาดูแนวทางในการป้อนอาหารเสริมให้ลูกกันเลย เเนะนำ อาหารมื้อแรกของลูก เด็กน้อยวัย 6 เดือน แน่นอนว่ายังไม่มีฟันที่แข็งแรงพอจะเคี้ยวอาหารได้ เพราะฉะนั้นอาหารมื้อแรกของลูกควรเป็นอะไรที่ละเอียด นิ่ม กลืนง่าย นำมาผสมกับนมแม่ที่ลูกคุ้นเคยดีอยู่แล้ว วันที่เริ่มป้อนอาหารมื้อแรกของลูก ควรให้เพียง 1 ช้อนโต๊ะเท่านั้น จากนั้นตามด้วยนมแม่จนลูกอิ่ม แล้วค่อยๆเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ แต่หากลูกน้อยมีอาการท้องอืดก็หยุดป้อนก่อน ใน 1 วันควรให้อาหารเสริมกับลูกน้อยเพียง 1 มื้อเท่านั้น และไม่เกินครั้งละ 5 ช้อนโต๊ะ อาหารมื้อแรกของลูกควรทำมาจากธัญพืช ผลไม้ ไข่ ตับ ที่สำคัญคุณแม่ไม่ควรเติมสารปรุงแต่ง หรือปรุงรสใดๆ หากคุณแม่เติมน้ำตาลลงไปลูกน้อยอาจจะติดรสหวานไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นให้เน้นความหวานจากธรรมชาติเท่านั้น เรามาดูสูตรอาหารเด็กอ่อนที่คุณแม่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบที่มีตามท้องตลาดกันเลย 1. ตับบด + นมแม่ | อาหารมื้อแรกของลูก ล้างตับไก่ให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำซุปจนสุก แล้วบดให้ละเอียด ผสมกับนมแม่ให้เข้ากัน เป็นหนึ่งในเมนูอาหารมื้อแรกของลูกที่เด็กๆน่าจะชอบกันเลย […]